Special Interview : พีระพัฒน์ เถรว่อง “Be & Beyond : Be Peerapat Live Concert”

Special Interview : พีระพัฒน์ เถรว่อง “Be & Beyond : Be Peerapat Live Concert”

เนื่องในโอกาสพิเศษที่พี่บี - พีระพัฒน์ เถรว่อง เจ้าของเพลงดังอย่าง “ความจริงในใจ” “ดินแดนแห่งความรัก” “พูดตรงตรง” และเพลง “รู้” จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งใหม่ในรอบ 13 ปี ชื่อว่า “Be & Beyond : Be Peerapat Live Concert” ทางเรา CrazyGroovy จึงขอโอกาสเข้าพบเพื่อพูดคุยและถามเรื่องราวเกี่ยวกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ รวมไปถึงการพูดคุยเพื่อถามถึงเพลงต่าง ๆ ที่จะได้ฟังในคอนเสิร์ตครั้งนี้อีกด้วย จะเป็นอย่างไร ตามอ่านในบทความนี้ได้เลยครับ

(ช่วงก่อนเริ่มสัมภาษณ์)

ผู้สัมภาษณ์: ผมฟังผลงานพี่มาตั้งแต่ผมอยู่ ม.2 - ม.3 ได้ ผมมีความทรงจำเยอะแยะมากเลยกับเพลงของพี่

บี พีระพัฒน์: ดีมั้ยครับ?

ผู้สัมภาษณ์: ดีครับ มีดีบ้าง ไม่ค่อยดีบ้างตามประสา (หัวเราะ)

บี พีระพัฒน์: ไม่ดีเป็นยังไงบ้างฮะ อยากรู้

ผู้สัมภาษณ์: เพลง ก้อนน้ำแข็ง ครับพี่ มันดิ่งมากเลยช่วงนั้น ที่ผมแบบมีความสัมพันธ์กับคนแล้วเขาปล่อยให้ผมรอคนเดียว อะไรอย่างนี้

บี พีระพัฒน์: อ๋อ… มันโดนใช่มั้ย

ผู้สัมภาษณ์: โดนมากเลย นั่งร้องไห้เป็นวันเลยช่วงนั้น

บี พีระพัฒน์: ในคอนเสิร์ตเล่นเพลงนี้ด้วยนะ แอบสปอยล์เลยเนี่ย ไม่เคยบอกใครเลยนะเรื่อง Songlist เนี่ย อันนี้จะอุบไว้เป็นความลับมาก อันนี้เห็นชอบเพลงนี้มากเลย ไปดูเลย

ผู้สัมภาษณ์: ขอบคุณมากครับพี่ วันนี้ผมอยากทำประวัติเพื่อให้คนรุ่นผมได้รู้จักพี่มากขึ้น เพราะผมคิดว่าคนรุ่นผมจะรู้จักพี่แค่เพลง พูดตรงตรง

บี พีระพัฒน์: ใช่ ๆ ๆ บางคนไม่รู้ด้วยว่าพี่ร้อง มีหลานลูกของเพื่อนไปดูคอนเสิร์ตพี่ พอจบลงมา หลานบอกว่า “อ้าว อาร้องเพลงนี้เหรอ หนูร้องกับเพื่อนทุกวันเลย” (หัวเราะ)


ผู้สัมภาษณ์: พี่บีช่วยค่อย ๆ เล่าประวัติหน่อยนะครับ เท่าที่ผมเข้าใจคือพี่เป็นนักร้องในโบสถ์มาก่อนใช่มั้ยครับ?

บี พีระพัฒน์: อ๋อ โน ๆ ๆ ผมไม่เคยร้องเพลงในโบสถ์ ผมเป็นแค่คริสเตียน ผมเรียนโรงเรียนคริสต์ด้วย แล้วก็เป็นคริสเตียนด้วย

ผู้สัมภาษณ์: พี่เริ่มเส้นทางการเป็นนักร้องได้ยังไงครับ?

บี พีระพัฒน์: ยาวมากเลยนะ เอาแบบย่อ ๆ คือ ตอนแรกพี่ก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ชอบร้องเพลงมาก ๆ แล้วเวลามีประกวดร้องเพลง ครูจะชอบใส่ชื่อพีระพัฒน์เข้าไป ก็ต้องขึ้นไปร้องเพลงโดยปริยาย แล้วพอเราร้องเพลงเมื่อไหร่ เพื่อน ๆ ก็จะมานั่งฟัง แต่ก็ไม่เคยรู้ว่านั่นคือความสามารถพิเศษอะไร

จนกระทั่งจริงจังก็คือ มีเพื่อนพาไปรู้จักพี่คนหนึ่งชื่อ “พี่หมู” พี่หมูชวนเพื่อนไปร้องคาราโอเกะ แล้วหนีบผมไปด้วย พอนั่งร้องคาราโอเกะเสร็จ ระหว่างนั้นพี่หมูก็หันมามองหน้า “โห อยากเป็นนักร้องมั้ย?” มารู้ทีหลังว่าพี่หมูเขาเป็นเจ้าของค่ายเทป Stone Entertainment ที่มีพี่ฟอร์ด สบชัย มี XL Step พี่นก (พัฒน์ธนันทน์ เกียรติกุลวานิช อัลบั้ม Seriously nok) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของ พี่หมูก็ชวนผมไป ผมก็บอก “เหรอ เอาดิ เอาดิ” ผมก็ไปแคสต์เสียง ปรากฏว่าวันนั้นจับเซ็นสัญญาเลย แล้วก็เริ่มอัดเพลง ทำเพลงกันเลย พี่ฟอร์ดก็มาแต่งเพลงให้ผมด้วย พี่ฟอร์ดนี่อาจารย์ผมเลย ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมาก แล้วอัดไปเกือบครึ่งอัลบั้ม ปรากฏว่า… ค่ายปิด (เจ๊งนั่นเอง)

ผมก็ลอยเคว้งคว้างอยู่ แล้วพี่โปรดิวเซอร์ชื่อ “พี่บอย ดุสิต โพธิ์ทอง” ย้ายไปอยู่แกรมมี่ ก็เอาอัลบั้มผมไปขายทางแกรมมี่ ทางแกรมมี่ก็เห็นว่า “อืม… ไอ้นี่คนเดียวมันไม่น่ารอด ทรงมันไม่รอด” (หัวเราะ) เขาก็เลยเอาพี่มาอีก 3 คนมาประกบ กลายเป็นวง RRR&B อัลบั้มแรกของผม ก็เลยเกิดขึ้นตรงนั้น

ผู้สัมภาษณ์: เป็นชุดแรกที่ปล่อยอย่างเป็นทางการเลยใช่มั้ยครับ

บี พีระพัฒน์: ใช่ ๆ นับได้ว่าเป็นซิงเกิลแรกจริง ๆ ในชีวิตที่มีเสียงผมออกไป

ผู้สัมภาษณ์: ยุคนั้นผมคุ้น ๆ ว่ามีชุดหนึ่ง แล้วก็มี EP ใช่มั้ยครับ?

บี พีระพัฒน์: RRR&B มี 3 ชุด ชุดแรกเป็นเพลงใหม่ทั้งหมด แล้วมีเพลงเก่า 1 เพลงชื่อเพลง สักวัน ของ The Innocent ซึ่งเอามาทำเป็น R&B อะคูสติก แล้วปล่อยเป็นซิงเกิลแรก แล้วก็มีอัลบั้ม Cover อีก 2 อัลบั้ม เป็นอัลบั้ม Special แล้วชุดที่ 2 ก็มีเพลงใหม่ 1 เพลงชื่อ สองเรา

ผู้สัมภาษณ์: RRR&B ผมชอบเพลง *เธอเท่านั้น (ผู้สัมภาษณ์จำชื่อเพลงผิด จริง ๆ แล้วเพลงชื่อ “คนนั้น”)

บี พีระพัฒน์: ทันด้วยเหรอ? ไม่ธรรมดา ผมจำได้แต่ผมจำเนื้อร้องไม่ได้แล้ว มันนานมาก

ผู้สัมภาษณ์: หลังตรงนั้นกลายมาเป็น Crescendo ได้ยังไงครับ?

บี พีระพัฒน์: พองาน RRR&B จบไป มันก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จถึงขั้นประกอบอาชีพได้ ก็หายไปจากวงการ ก็ไปทำนู่นทำนี่ ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ จนกระทั่งมีพี่เดอร์ มือเบสของ RRR&B ชวนไปร้องเพลงการ์ตูน ช่วงนั้นพี่เดอร์เขาลงเสียง พากย์เสียงไทยลงพวกม้วนวิดีโอ เขามีการ์ตูนเรื่องหนึ่งชื่อ “3 ตุ่นจอมจุ้น” (Animaniacs) เพลงมันยาก เมโลดี้มันจะเร็ว ๆ รัว ๆ เขาก็เรียกผมไปแคสต์ ปรากฏว่าผมผ่าน ก็เลยคุยกันว่า “เฮ้ย มึงทำอะไรอยู่ มาทำวงเล่นกัน” เราก็ไปเล่นกลางคืนกัน

จนสุดท้ายผมก็มาจบที่ร้าน Saxophone Pub มาร้องอยู่ที่นี่ ก็ได้มาเจอกับคุณนรเทพ มาแสง (นอ) มือเบสร้อยวง สารตั้งต้นเนี่ย มันก็มาเจอผม ชวนคุย กินเบียร์ แล้วก็ชวนผมทำวง มันก็นั่งดูผมทุกวันเลย ผมก็เอ๊ะ… อีตานี่แปลกเว้ย มานั่งดูทุกวันเลย เขาก็ชวนทำวง ผมก็โอเค เพราะดีใจที่ไม่เคยเล่นดนตรีกับคนรุ่นเดียวกันเลย ที่ผ่านมาเจอแต่รุ่นพี่ทั้งนั้น ยิ่งที่ Saxophone นี่ระดับอาจารย์ทั้งนั้น พอนอชวนก็เลยรีบทำเลย นั่นคือจุดกำเนิดของวง Crescendo

ผู้สัมภาษณ์: ตอนนั้นพี่บีรู้มั้ยครับว่าพี่นอคือมือเบสวง Pause?

บี พีระพัฒน์: ไม่รู้ ! พอคุยกันไปแล้วถึงมารู้ ตอนมาชวนไม่รู้ แค่รู้ว่าเล่นเก่ง ตอนนั้นผมเล่นวง Soul Panic ต่อด้วย T-Bone พอผมร้องเสร็จผมก็ยืนดูเขาเล่นต่อ ผมก็รู้แล้วว่าคนนี้เก่ง

ผู้สัมภาษณ์: แล้วก็รวมวงกับเพื่อน ๆ ใช่มั้ยครับ

บี พีระพัฒน์: ใช่ เราก็หาสมาชิกกัน ช่วงแรกก็มีคนนู้นคนนี้เข้ามาก่อน แต่ไม่ลงตัว จนมาลงตัวที่ เอก (เอกพงศ์ เชิดธรรม มือกลอง), จั๋ง (เอกรัช จรีธนัชกุล - เพอร์คัสชัน), แชมป์ (ชินพัฒน์ หงส์อัมพร - มือกีตาร์)

ผู้สัมภาษณ์: แล้วก็เกิดเป็น EP ชุดแรก

บี พีระพัฒน์: ใช่ ๆ อันนี้แหละ แต่จริง ๆ แผ่นแรกเลยที่ขายที่ Fat Festival จะเป็นปกเหลือง ซึ่งอันนั้นแรร์มาก ผมเองยังไม่มีเลย เชื่อปะ หายไปไหนไม่รู้ จะไปซื้อก็แพงมาก ไม่มีคนขายด้วย

ผู้สัมภาษณ์: หลังจาก EP ชุดนี้วางแผงแล้ว เป็นมายังไงถึงได้มาอยู่ที่ Bakery Music ครับ?

บี พีระพัฒน์: เรื่องราวนี้แปลกมากเลย เพราะเราไม่ได้คิดถึงเบเกอรี่เลยตอนทำ ไม่คิดถึงเลย เพราะผมคิดว่าเบเกอรี่เขาไม่เอาเราหรอก เบเกอรี่เป็นค่ายเด็กนอก ค่ายไฮโซ สำหรับเด็กต่างจังหวัด เราคิดแบบนั้นว่าเขาคงไม่เอาเรา ก็เลยตัดเขาออกเป็นช้อยส์แรกเลยนะ (หัวเราะ) แล้วก็เดินสายขายทุกที่เลย ถือเดโมอันนี้ไปขายทุกค่าย ไม่มีใครเอาเลย ขนาดเพลงเราไปขึ้นชาร์ตที่ Fat Radio แล้วนะ เพลง แค่เธอ ขึ้น Top 5 แล้ว เขาก็ไม่เอา โดนวิพากษ์วิจารณ์เสียหายกันหมด ดีที่เราไม่เสียเซลฟ์กัน

จนกระทั่งไอนอไปอัดเบสให้พี่บอย โกสิยพงษ์ ไอนอบอกว่า “เฮ้ย… กูว่าเดี๋ยวเอาไปเสนอพี่บอยดีกว่า” แล้วเป็นที่สุดท้ายจริง ๆ ! พี่บอยรู้จะโกรธมั้ยเนี่ย (หัวเราะ) พอเอาไปเสนอ พี่บอยเขาเอาเลย ! ผมก็งงมาก แล้วก็เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเบเกอรี่โดยที่เราก็นึกไม่ถึง

บี พีระพัฒน์: แผ่นนี้เป็นปก 2 แล้ว เพราะเราได้รางวัลสีสันอะวอร์ดส์แล้ว ถ้าปกแรกจะไม่มีสกรีนรางวัลนี้ เราได้ 3 รางวัลตอนนั้น

ผู้สัมภาษณ์: ตอนที่ได้รางวัล Season Awards รู้สึกยังไงบ้างครับ?

บี พีระพัฒน์: 3 รางวัล มี ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม, เพลงยอดเยี่ยม (โลกหมุนด้วยความรัก) เป็นรางวัลใหญ่หมดเลย ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ทำเต็มที่ พอได้รางวัลก็ดีใจ

ผมขึ้นไปพูดอะไรตลกมาก จำได้เลย ตอนนั้นผมอายุขึ้นเลข 3 แล้ว ผมคิดว่าผมแก่มาก ผมขึ้นไปบนเวทีแล้วบอกว่า “ขอบคุณทุกคนที่เห็นความสำคัญของนักร้องแก่ ๆ อย่างพวกเรานะครับ” (หัวเราะ) น้าออม น้าแอ๊ด หัวเราะกันใหญ่ พอลงมาเจอพี่ปุ๊ อัญชลี พี่ปุ๊เดินมาตีปากเบา ๆ “ทีหลังอย่าพูดว่าแก่อีกนะ!”

ผู้สัมภาษณ์: ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้างครับ จากนักร้องกลางคืนมาเป็นศิลปินเต็มตัว?

บี พีระพัฒน์: เปลี่ยนเหมือนกันนะ เราได้เห็นสิ่งที่มีเรียกว่า “แฟนคลับ” คนที่ชอบเพลงเรา อ๋อ… พฤติกรรมเขาเป็นอย่างนี้ มีคนมารอ มีคนตามไปดู ไปถ่ายรูป ตอนร้องกลางคืนที่ Saxophone ผมจะมีแฟนเพลงเป็นคนญี่ปุ่น คนเกาหลีเยอะ วันที่ผมลาออก คนญี่ปุ่นมายืนโค้งหลังเวที “บีซัง ขอบคุณมาก ๆ เลยนะที่มอบความสุขให้ไอ” น่ารักดี

ผู้สัมภาษณ์: สงสัยว่าทำไม 2 ชุดกับ Crescendo แล้วอยู่ ๆ ก็กลายมาเป็นศิลปินเดี่ยว เกิดอะไรขึ้นครับ? เล่าได้มั้ยครับพี่

บี พีระพัฒน์: เล่าได้ ๆ เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นมันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น คือมีคนมาจ้างงานเดี่ยวผม ให้ผมไปร้องคนเดียว ซึ่งมีบางคนโอเค บางคนไม่โอเค เราไม่ต้องเอ่ยชื่อเนอะ แต่ผมมองว่าทุกคนเขาก็มีงานส่วนตัวกันอยู่แล้ว ไอนอก็ไปเล่น T-Bone คนนั้นก็ไปเล่นวงนี้ ผมก็คิดว่าผมก็น่าจะไปได้ เพราะเป็นไซด์โปรเจกต์ ปรากฏว่าร้านเขาไปขึ้นป้ายว่าเป็นวง Crescendo แต่ผมไปคนเดียว

ก็เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมา แล้วก็เกิดการโหวตให้ผมออก เขาโหวตผมออกจากวง… มันเป็นเรื่องพวกนี้มากกว่า

แต่ผมไม่อยากให้ไปซีเรียสกับตรงนั้น เพราะมันผ่านไปแล้ว นานมาแล้วด้วย ทุกคนเคยทำผิดพลาด ผมก็มีเรื่องทำผิดพลาดในวง มันไม่มีใครไม่เคยทำผิด ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ทุกวันนี้เราเข้าใจกันดี คุยกันรู้เรื่องหมดแล้ว

จริง ๆ เรื่องการออกจากวง เราอินกันเกินเรื่องไปนิดนึง มันเหมือนเราลาออกจากที่ทำงานน่ะ ออกจากออฟฟิศนี้ไปอยู่อีกบริษัทหนึ่ง เปรียบเทียบให้ฟังแบบนี้นะครับ

ผู้สัมภาษณ์: ผมอยากทราบที่มาของบางเพลง อย่างชุดแรกเพลง โปรดทราบ

บี พีระพัฒน์: โปรดทราบ ผมเขียนเนื้อเอง ทำนองเอง มีคนทำดนตรีมาให้ ตอนนั้นหลานผมหนีออกจากบ้าน แล้วอาที่เป็นแม่เขาร้องไห้ทุกวัน ผมนึกอะไรไม่ออกก็เอาเรื่องใกล้ตัวมาเขียน “คนคนหนึ่งให้อภัยแล้วทุก ๆ อย่าง ขอให้เธอกลับมาสักทีได้มั้ย”

ผู้สัมภาษณ์: เพลง ความจริงในใจ ล่ะครับ?

บี พีระพัฒน์: ความจริงในใจ ผมไม่ได้เขียน เป็นพี่เอก (ผาเรือง ยั่งยืน หรืออีกนามปากกาว่า “เผ่าพันธุ์ อมตะ”) เป็นคนเขียนเนื้อ เขาเขียน โลกหมุนด้วยความรัก ด้วย ส่วนทำนองคือ แชมป์ หรือ เอก นี่แหละแต่ง

ผู้สัมภาษณ์: เพลง วีนัส ล่ะครับ?

บี พีระพัฒน์: โอ้โห อันนี้สนุกมาก วีนัส น่าจะเป็นเพลงแรกที่เขียนของอัลบั้มนี้เลย ด้วยความที่ Crescendo คอร์ดมันเยอะ ซับซ้อน มีซับคอร์ด ผมก็บอกเพื่อนว่า “เฮ้ย กูขอเพลง 2 คอร์ดได้ป่ะ สลับไปสลับมาแค่นี้แหละ”

มันก็ทำดนตรีมา ปั๊บ ๆ ๆ ปาดาดั๊บ… เอ๊ะ จะเขียนอะไรวะ คำมันสั้น ๆ เหมือนเครื่องเป่า ก็ไปนั่งอยู่ในสวนที่บ้านศรีราชา มองขึ้นไปบนฟ้า คิดว่าเขียนเรื่องดาวดีกว่า ไปเจอหนังสือ 2 เล่มคือ Men Are from Mars, Women Are from Venus และ ผู้ชายเลวกว่าหมาและไม่ได้มาจากดาวอังคาร ก็ไปศึกษาเรื่องดาววีนัส (ดาวศุกร์) ดาวแห่งความรัก

คุณรู้มั้ยว่ารูปดาว 5 แฉก มันเกิดจากการเคลื่อนที่ของดาววีนัสบนท้องฟ้าในเวลา 7-8 ปี ลากเส้นเชื่อมกันเป็นดาว 5 แฉก พอรู้ก็เอามาเขียนเป็นเพลงนี้

ผู้สัมภาษณ์: เพลง ชวน?

บี พีระพัฒน์: โอ๊ต Street Funk Rollers (อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์) เขียนกับผม แล้วก็ลินา ภรรยาผม (ลินา ลีนุตพงษ์) ช่วยเขียน

ผู้สัมภาษณ์: Second Chance กับ ก้อนน้ำแข็ง?

บี พีระพัฒน์: ลินาเป็นคนเขียนเนื้อทั้งคู่ ชุดนี้พอมาเจอลินา เขาก็มาช่วยเขียนหลายเพลง

ผู้สัมภาษณ์: คอนเสิร์ตของพี่ชื่อว่า “B and Beyond” ความหมายคืออะไรครับ?

บี พีระพัฒน์: “B” มันมี Double Meaning คือ บี พีระพัฒน์ และ B (Verb to be) ที่เป็นอยู่ คือบีที่เป็นอยู่นี่แหละได้เห็นแน่นอน ส่วน “Beyond” คือสิ่งที่เกินความคาดหมาย เหนือความคาดหวัง

คอนเสิร์ตนี้เกิดมาจาก B-Day เมื่อปีที่แล้ว บัตร Sold Out หมด แล้วผมได้ขึ้นแค่ครึ่งเพลง บางรอบก็ 1 เพลง แล้วแฟนเพลงก็อินบอกซ์มาบอกว่า “พี่ หนูซื้อบัตรมาจากเชียงใหม่ หนูได้ดูพี่ขึ้นมาเป็นไอ้มดแดง แล้วก็จบ แล้วพี่ก็ออกมาอีกทีตอนจบ” เราก็เลยคิดว่าควรมีคอนเสิร์ตเดี่ยวได้แล้ว ก็เลยคุยกับทาง CI (Ci Showbiz) ผู้จัด ว่าสนใจทำมั้ย เพราะผมไม่ได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวมา 12 ปีแล้ว ล่าสุดคือ Natural Born Singer ที่ไบเทค บางนา เมื่อปี 2555

ผู้สัมภาษณ์: ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้?

บี พีระพัฒน์:

  1. ผมไม่ได้จัดคอนเสิร์ตบ่อย ๆ 10 กว่าปีมีครั้งนึง ไม่รู้ว่าครั้งนี้แล้วจะมีอีกเมื่อไหร่
  2. แขกรับเชิญแน่นสุด ๆ ตอนนี้เปิดมา 3 ชื่อ: The TOYS, พี่บอย โกษิยพงษ์, วง Hers แล้วจะมีเซอร์ไพรส์เพิ่มอีก

กับวง Hers ส่วนตัวยังไม่เคยร่วมงาน แต่ชื่นชอบผลงาน อยากได้เสียงผู้หญิงมาประกบกับเสียงผมในโชว์ และเขามีคุณภาพมาก

ส่วน The TOYS เขาเคยเอาเพลง พูดตรงๆ ไปคัฟเวอร์ และเราคุยกัน เคมีทางดนตรีไปกันได้

เรื่องความยาว ผมจะไม่ให้เกิน 3 ชั่วโมงครึ่ง ผมชอบความรู้สึกที่ดูจบปุ๊บแล้วอยากดูต่ออีกเพลง แต่ไม่ให้ดูละ อารมณ์ Cliffhanger เหมือนดูซีรีส์แล้วตัดจบ กำลังดี ไม่ยัดเยียดจนล้นเกินไป

บี พีระพัฒน์: ฝากคอนเสิร์ตด้วยนะครับ เปิดขายบัตร 19 กันยายนนี้ 10 โมงเช้า คอนเสิร์ตจัดที่ BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว เดินทางสะดวก รถไฟฟ้าถึง มีที่จอดรถเยอะ เล่นกลางวัน 14.00 น. เล่นเสร็จกลับบ้านสบาย ๆ ไม่ดึกแน่นอน ขอบคุณมากครับ!

รายละเอียดการจําหน่ายบัตร ราคาบัตร : 4,500 บาท (B.I.P) / 3,900 บาท / 3,200 บาท / 2,800 บาท / 2,200 บาท สิทธิพิเศษสําหรับผู้ซื้อบัตร : บัตรราคา 4,500 บาท B.I.P. (Be’s important person) จํากัด 260 ท่านเท่านั้น!

  • B.I.P. TAG & Landyard แท็กที่ระลึกพร้อมสายคล้องคอ จํานวน 1 ชุด
  • 1:1 PHOTO WITH BE ร่วมถ่ายภาพสุดพิเศษ 1:1 กับ บี พีระพัฒน์
  • HI-TOUCH ร่วมกิจกรรม Hi-Touch กับ บี พีระพัฒน์
  • PHOTOCARD (แบบสุ่มภาพ) จํานวน 1 ใบ/ท่าน
  • SIGNED POSTER โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นจํานวน 1 แผ่น
  • OFFICIAL POSTER จํานวน 1 แผ่น
  • FREE PARKING สิทธิ์จอดรถฟรี 24 ชั่วโมง 1 คัน บัตรราคา 3,900 บาท
  • HI-TOUCH สุ่มรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Hi-Touch จํานวน 60 สิทธิ์
  • SIGNED POSTER สุ่มรับสิทธิ์รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็น Be Peerapat จํานวน 60 สิทธิ์
  • PHOTOCARD (แบบสุ่มภาพ) จํานวน 1 ใบ/ท่าน — สุ่มรับโฟโต้การ์ด จํานวน 60 สิทธิ์
  • OFFICIAL POSTER จํานวน 1 แผ่น
  • เริ่มจําหน่ายบัตร : รอบ PUBLICE SALE วันที่ 19 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ช่องทางการจําหน่ายบัตร : Thaiticketmajor สถานที่จัดงาน : BCC HALL , CENTRAL LADPRAO วันแสดง : วันเสาร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2569 ประตูเปิด : 13:00 น. เวลาแสดง : 14:00 น.
  • ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
  • Facebook : บี พีระพัฒน์ Be Peerapat www.facebook.com/bepeerapat
  • Instagram : @bepeerapat www.instagram.com/bepeerapat
  • Promoter : CI Showbiz, Create Intelligence
  • Facebook : Ci Showbiz https://www.facebook.com/cishowbiz
  • Instagram : Ci Showbiz https://www.instagram.com/ci_showbiz/
  • TikTok : Ci Showbiz https://www.tiktok.com/@ci.showbiz

สัมภาษณ์และภาพนิ่งโดย คนแจ๋วจริง

แกะบทสัมภาษณ์และภาพเคลื่อนไหวโดย HexaG